วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2552

คุณสมบัติของนางเอกละครไทย

คือคุณสมบัติของนางเอกละครไทยที่ต้องมี ถ้าคุณจะเป็นนางเอก..

๑. หมั่นซ้อมบทผู้ชายไว้ คุณอาจต้องได้ปลอมตัว

๒. ทุกคนจะโง่หมด โดยเฉพาะพระเอกจะไม่รู้ว่าคุณเป็นคุณหญิง

๓. ถ้าเป็นสาวจอมแก่น จ้องนายอำเภอหรือปลัดไว้ นั่นล่ะพระเอก

๔. คุณจะเกิดมาเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติและชาติตระกูล ถ้าไม่ใช่อย่ากังวล สุดท้ายคุณจะเป็นทายาทแล้วก็จะได้สามีรวย

๕. นอกจากบทผู้ชายแล้ว ให้ซ้อมบทคนใช้ไว้ด้วย เพราะคุณอาจต้องปลอมตัวเพื่อสืบอะไรบางอย่าง แต่จะเป็นคนที่ยอดอัจฉริยะจริงๆ

๖. บางคนอาจเติบโตมาในซ่อง แต่ไม่เป็นไรคุณจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง และใฝ่ดีอยู่เสมอ

๗. ถ้าผู้ร้ายปล้ำอย่าตกใจ เดี๋ยวพระเอกจะมาช่วยเอง แม้ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม

๘. ถ้ามีใครขับรถชนพ่อแม่ พี่น้อง ญาติสนิทของคุณ ให้รู้ไว้เลยว่าคุณนั่นคือพระเอก

๙. ถ้าตระกูลเธอมีความแค้นกับบ้านไหน ให้เล็งลูกชายบ้านนั้นไว้ คุณจะได้แต่งงานกับหมอนั่นแหละ

๑๐. ในกรณีที่พระเอกมีเมียแล้วอย่ากังวล สุดท้ายนางนั่นจะตาย / เป็นบ้า / เป็นฆาตกรโรคจิต / เป็นคนผิดที่กดดันพระเอกมากไป พูดง่ายๆ คือคุณจะพ้นการถูกกล่าวหาว่าแย่งสามีชาวบ้านอย่างสบายใจ

๑๑. ไม่ว่าภายนอกของคุณจะดูโชกโชนขนาดไหน ความจริงคุณคือสาวบริสุทธิ์แสนดี แต่มีเหตุทำให้คุณต้องร้ายกาจเพื่อประชดตัวเอง

๑๒. ถ้าบังเอิญต้องย้ายไปอยู่กับญาติห่างๆ ที่มีคฤหาสน์หลังใหญ่ เบ่งเข้าไว้ คุณคือเจ้าของตัวจริง

๑๓. ชายหนุ่มคนที่คุณคบด้วยตั้งแต่เริ่มต้นจะไม่ใช่พระเอก

๑๔. คุณมักจะได้รับการศึกษาในระดับสูง โดยมากจะจบจากนอก อย่ากังวลคุณไม่ต้องรับผิดชอบการงานมากนัก นอกจากไล่จับพระเอกกับแต่งตัวสวยเสมอ

๑๕. คุณอาจจะได้ไปเมืองนอก วันๆ คุณจะต้องหมกตัวอยู่ในห้องพักที่จัดไว้หลอกตาคนว่า เป็นห้องพักในปารีสหรือลอนดอนตามท้องเรื่อง และถ้าได้เดินก็บังเอิญจะต้องเดินผ่านเฉพาะที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของ ประเทศนั้นทุกที

๑๖. ถ้าคุณมีบทนอนหลับอย่างผาสุก ไม่ต้องท่องบท หน้าตาคุณจะได้รับการตกแต่งอย่างดีเลิศ ตื่นเช้าก็ไม่ต้องแปรงฟัน ผมเผ้าไม่มีวันยุ่งเหยิง

๑๗. ถ้าคุณตกระกำลำบากมากในป่าดงดิบเมื่อไหร่ คุณจะได้ไปนครนายก สระบุรี ถ้ำ น้ำตกแถวๆ นั้นทุกเรื่องนั่นแหละ


เครดิตจาก คุณเวนัย-มารอวตาล จากเวป http://www.com-th.net

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

ความจริงในคณะถาปัดลาดกระบัง


ต่อจากภาคที่แล้ว มีวิศวะ ก็ต้องมีถาปัด
ก็คณะมันอยู่ใกล้กันซะขนาดเนี้ย ลองอ่านดูเผื่อใครอยากมีแฟนคณะนี้เผื่อจะได้เข้าใจเค้ามากขึ้น ( อืมมม แต่บางทีก็เข้าใจยากเนอะ : P)

ความจริงในคณะถาปัดคณะถาปัดลาดกระบังมีจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2497
มีทั้งหมด 5 ภาควิชา ซึ่ง5ภาควิชานี้จะมีบุคลิคลักษณะเป็นเอกลักษณ์
-เริ่มจากชาววิจิตรศิลป์จะแต่งตัวคล้ายกันในช่วงปี 1
-ส่วนชาวนิเทศน์จะไม่ค่อยใส่ชุดนักศึกษา
-พวกศอ.จะส่วมชุดชอปเข้าใกล้ห้องพักอาจารย์(ท่านนึง)ไม่ได้
-ส่วนสาวสน.ต้องดูให้ดีว่าของจริงรึเปล่า
-สถ. ไม่น้อยหน้าจะมีรุ่นพี่ท่านนึงที่ชื่อเข้ากับภาควิชาสถ.มาก ๆ จะเห็นเขาท่านนี้อยู่วนเวียนเรื่อยไปตามงานกินเหล้าต่าง ๆ ถ้านึกไม่ออกจะบอกให้พี่ตึกไง
-นักศึกษามักจะใส่กางเกงยีนส์=กางเกงนักศึกษา ส่วมรองเท้าผ้าใบ=รองเท้านักศึกษาและมักจะแอบใส่แตะเข้าห้องสมุด
-มี กิจกรรม 2-5หรืออาจจะ6รับ 1ซึ่งมีตลอดปี บางคนอาจจะคิดว่าเป็นกิจกรรมไม่สร้างสรรค์(มันสร้างสรรค์ให้น้องเราคอ >> >แข็ง)>>
-มีโรงอาหารติดริมน้ำ ทั้งใหญ่และร้านอาหารเยอะ (ประชดหน่ะ ขำๆนะ หากแต่โรงอาหารจะมีคุณลุงท่านนึงที่สวมชุดคล้าย 2005 ทิวิ ฮูลา คอยเก็บจาน
-และยังมีสุนัข2ตัว ตัวหนึ่งมันอ้วนคล้ายหมู ฉลาดเฉพาะตอนเวลาอยากกิน และอีกตัวที่ทำปากสั่นน้ำลายฟูมปาก เวลามาเสนอหน้าขอกิน
-มีสนามฟุตบอลที่(เคย)ปราศจากหญ้า (ตอนนี้มีหญ้าแล้ว)
-มีสนามบาสที่ใช้ร่วมกับที่จอดรถ
-นักศึกษานิยมเดินกลับหอ แต่ต้องนั่งมอร์ไซด์มาเรียน(ไม่ทันแล้ว !)
-เป็นคณะเดียวของลาดกระบังที่โดยสารด้วยเรือได้
-ที่มีเป็นคณะที่พบเจอตัวเงินตัวทองเป็นเรื่องปกติเลย
-ระหว่างการเดินจากตึกไปโรงอาหารต้องอาศัยครีมกันแดดแบบ100เปอร์เซ็นต์
-ถึงจะไม่ดำนะ ยิ่งเดินไปวิจิตนะ อย่าให้บอกว่าแสบตัวแค่ไหน)
-ภาควิชาวิจิตรศิลป์มีร้านขายข้าวและลานฟุตบอลส่วนตัว
-ประตูหลังคณะสร้างมาเพื่อปิด...(อย่างนี้ไม่ต้องสร้างดีกว่า
-นัก ศึกษาปี 1 แรกๆจะเห่อไปกินข้าวที่วิศวะเพราะว่า "ติดแอร์" หลังจากนั้นซักพักนึง ต่อให้มีคนชวนไปกินที่วิศวะก็ไม่มีใครไปไม่รู้ทำไมเหมือนกัน>> เป็นอย่างนี้จริงๆนะไม่เชื่อน้องๆลองดูเพื่อนๆตัวเอง)
-Shop พลาสติคมีลุงคนนึงหน้าเหมือนแมวเปิด shop ไม่ตรงเวลา แต่ปิดก่อนเวลาประจำ เวลาจะขอแวคพลาสติคก็ต้องแล้วแต่อารมณ์ลุงแมว
-หมาที่โรงอาหารมีท่าไม้ตายเวลาขอข้าวคือ เอาปากที่น้ำลายฟูมๆ มาวางไว้ที่หน้าตักคนนั่งริม
-ร้านข้าวที่ชื่อครัวยายสม มีชื่อร้านอีกชื่อนึงคือ "ร้านป้าผี
-ป้าแอ๊ะที่ขายเครื่องเขียน มีอีกชื่อนึงว่า "ร้านหลอก
-ร้าน ป้าแอ๊ะจะมีช่วงเวลาปรับขึ้นราคาของบางชิ้นที่เกี่ยวข้องกับงานของนักศึกษา ที่ต้องซื้อกันครั้งละเยอะๆ เวลาที่ร้านป้าแอ๊ะขึ้นราคาก็คือเวลา "ส่ง Project ป้าแอ๊ะจะรู้ทันตลอดว่าเมื่อไหร่ภาคไหนจะต้องส่งงานอะไร ป้าแอ๊ะจะรู้หมดและปรับราคาของขึ้น เช่น โฟม ปกติราคา 15 บาท เวลาส่ง project ขึ้นเป็น 20 ทำนองนี้
- ร้าน Welcome คือร้านค้าที่ถูกลืม ร้าน Welcome จะมีคนเข้าไปซื้อเฉพาะเวลาที่ร้านป้าแอ๊ะของหมด
-ใน โรงอาหารจะมีสิ่งมีชีวิตที่น่าอัศจรรย์อยู่ 2 สิ่ง คือ ลุงสามตา กับ ป้าปลอม ลุงสามตาจะคอยเก็บทุกอย่างที่เรายังกินไม่เสร็จ ป้าปลอมจะดูละม้ายคล้ายป๊อป อารียา เวลาอายุ 184
-ผู้หญิงคณะเราจะมีทั้งหน้าตาแย่ที่สุดและสวยมากที่สุดในมหาลัย แต่เปอร์เซนจะเป็น 99 : 1
-ใครที่เพิ่งมากินข้าวในโรงอาหารใหม่ๆจะสะดุ้งกับเสียง ปึ๊ง ! เป็นระยะๆ แต่อีกหน่อยจะชินเอง
-ครัวยายสมอาหารอร่อย แต่เคยมีคนเจอขน.....ในจาน(คำคล้องจอง
-มีชอปที่เจ๋งที่สุดในประเทศไทย (ขอเน้นที่ชอปไม้อัพเกรดสุดๆตอนนี้ แต่คนคุมชอป...(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ โดยเฉพาะชอปพลาสติก
-ผู้หญิงที่ฉลาดๆและน่ารักๆปี1จะรู้สึกเหมือนเรียนสบายกว่าคนอื่น
-ศอ.ปี1ต้องซื้อถุงยาง
-อีก ครึ่งนึงของโรงอาหารจะมีเด็กนิเทศน์นั่งกันตรึมมมม(ไม่กล้าเข้าไป>> >>>อ่ะ...) เป็นคณะที่มีที่จอดรถเหลือ ในวันแรกคุณอาจเดินวนอยู่ 2 รอบกว่าจะเจอห้องเรียน บนชั้น3ของตึกเรียนรวม
-ในวันที่ 2 ก็เช่นกัน
- มุขตลกในคณะเรา จะตลก ในคณะเรา
-ร้านไก่ปิ้งที่ตรงประตู จะมาขายทุกวันอร่อยมาก ถึงแม้ไก่จะดูแดงผิดปกติ แต่ก็ซื้อกินทุกวัน
-หมาที่โรงอาหารชื่อหิมะ เคยพังประตูในกีฬาไอดีมาแล้ว อีกตัวไม่รู้ แต่ชอบนอนละเมอเหมือนว่าจมน้ำ
-ใน คณะจะมีหมา 2 แก๊งค์ใหญ่ แก๊งค์หิมะ กะหมาแก๊งค์ช็อป 2 แก๊งค์นี้ไม่ถูกกัน หมาแก๊งค์ช็อป มีสมาชิกเยอะแยะ จ่าฝูงที่เด่นดัง คงเป็น ร็อตสจ๊วต หมาปั๊กเสียงแหบ ไอโบ้ หนึ่งในสมาชิกแก๊งค์หมาช็อป จะรู้จักและเข้ามาทักทาย ก็ต่อเมื่อคุณซื้อไก่แดงที่ประตูช็อปเท่านั้น
-แมว ในช็อปเซ ชื่อ ดำปรอด เป็นแมวอ้วนหนัก 6 กิโล และชอบไปนอนในกองงานเซรามิกส์ แต่มันก็เป็นแมวที่มีวิชาตัวเบาสูง เพราะไม่เคยเหยียบงานแตกเลย
-ช็อปเซ ถูกขนานนามว่าเป็นช็อปดูดพลัง แม้ว่าเข้าไปหาเพื่อนแค่ 5 นาที ก็รู้สึกเหนื่อยล้าได้ มีแต่เด็กเซเท่านั้น ที่สามารถต่อกรกับวิชามหาเวทย์ดูดดาวที่ช็อปเซได้
-แมวที่เก่งที่สุด คงเป็นดำปรอด เพราะสามารถขับไล่ไอโบ้จนวิ่งหนีมาแล้ว
-เค้าว่ากันว่า หากเจอตัวเห้. ในคณะ จะเรียนจบ 5 ปีแต่อย่าเจอหลายครั้งล่ะ เดี๋ยวจะทวีคูณ
-คณะเราตอนเช้าน่ากัวกว่าตอนกลางคืน ไม่เห็นมีไคเรยลมพัดทีเสียวสันหลัง
-ห้อง น้ำชายชั้นสี่ที่ตึกเรียนรวม จัดว่าเป็นที่ๆเหมาะแก่การปลดทุกข์(หนัก)ที่สุด เนื่องจากการที่ไม่ค่อยมีใครขึ้นไปใช้ ทำให้ทั้งเงียบ สะอาด แถมยุงยังน้อยกว่าชั้นล่าง ทำให้มีสมาธิในการ..เป็นอย่างยิ่ง
-หมาหิมะชื่อเรียกไม่ซ้ำ แล้วแต่จะตั้ง เพียงแค่คุณมีอาหารในมือ เรียกชื่อไรกูหันหมด
-อีก อย่างที่สังเกตได้ เวลาเรียนปกติจะไม่ค่อยมีคนที่ตึกแต่เวลาสอบคนมาจากไหนเยอะแยะไม่รู้ แถมแต่งตัวดี ไม่มีรองเท้าแตะ และก้อผู้ชายคณะเราตอนปีเด็กๆจะไว้ผมยาวรุงรัง หนวดเคราเพียบ แต่พอปี 5 เรียบร้อยอย่างกะเรียนแพทย์(ความหล่อที่ซ่อนอยู่ได้เปิดเผย ตรงข้ามกับผู้หญิง ซึ่งน้ำหนัก มักจะเพิ่มตามชั้นปี 55555
-มีคนบอกว่าตัว "เหี้_"ในคณะเรารสชาดเหมือนไก่
-ถ้าเด็กปี1เข้ามาใหม่จะมีดาวเด่น3-4คน แต่พอเวลาผ่านไปซักพัก(เมื่อทำใจได้แล้ว จะเริ่มเห็นถึงความน่ารักของน้องๆหลายๆคนมากขึ้น
-มีพี่คนนึงชอบแต่งตัวเหมือนศาลพระภูมิ ขับรถC แต่มีสาวซ้อนไม่ซ้ำหน้า
-อาจารย์วิจิตรชอบลงแข่งบอล...แล้วยังจาเก่งอีก
-เด็กถาปัดจาเก๋าไม่ออกตอนเดินผ่านสัตวบาล
-ถ้าคุณหน้าตาเรียบร้อยดูเป็นเด็กดี จาใส่รองเท้าแตะเข้าห้องสมุดไม่ได้
-ในทางกลับกัน...บางคนใส่ขาสั้นเข้าได้
-ใคร ก้อตาม(โดยเฉพาะเด็กสถ.)ที่ถูกพี่ปุ๊กจำชื่อได้ จะเหมือนต้องมนต์สะกด ทำให้ต้องซื้อข้าวแต่ของร้านพี่ปุ๊กกินอยู่ร่ำไป และจะรู้สึกระอักกระอ่วนใจ(และไม่สบายใจ)ทุกครั้งที่จะไปซื้อข้าวร้านอื่น กิน เหมือนกับว่าได้ทำผิดต่อคำสาบานอะไรสักอย่าง หรือแม้แต่ตอนกำลังที่จะเดินไปซื้อข้าวจากร้านอื่น แต่เมื่อได้ยินเสียงเรียกราวกับต้องมนต์ของพี่ปุ๊ก จะทำให้เกิดการต่อสู้ภายในจิตใจอย่างปั่นป่วนและรุนแรง แล้วในที่สุดก้อจะพ่ายแพ้แก่ใจ แล้วหันกลับไปซื้อข้าวร้านพี่แกกินอย่างคนไร้หนทางต่อต้าน และศิโรราบ..(ประสบการณ์จริง)

ส่วนอันนี้มีแถม

คุณจะรู้ว่าคุณกำลังเรียน'ถาปัด เมื่อ...



- นาฬิกาปลุกบอกเวลาไปนอน ไม่ใช่ตื่น

- ไม่อายที่จะหลับน้ำลายยืดในชั้นเรียน โดยเฉพาะวิชา construction
- รู้ว่ายู้ฮูกับพริตต์รสเป็นอย่างไร

- คุณเฉลิมฉลองให้กับ space


- กาแฟกับกระทิงแดงไม่ใช่เครื่องดื่ม แต่เป็นอุปกรณ์ (เคยสังเกตเวลาพี่ทำทีสิส ป่าว
ขวดกระทิงแดง M 150 จะเรียงรายเต็มขอบหน้าต่างทั้งสองฟากของสตูดิโอเลย)





- คุณตกใจเมื่อเห็นตึกใหม่ในมหาลัย


- คุณคิดว่าการสร้าง space เป็นไปได้

- หลับติดต่อกันมากกว่า 20 ชั่วโมงในวันเสาร์-อาทิตย์ (ยิ่งถ้าช่วงทำโปรเจคไม่

ได้นอนหลายวัน

- พอส่งงานเสร็จ หลับเป็นตาย โจรขึ้นบ้านก็อาจไม่รู้สึกตัว)



- ทะเลาะกับสิ่งไม่มีชีวิต



- ผลอยหลับในห้องน้ำ(เป็นเรื่องปกติ ขนาดเปิดฝักบัวราดหัวอยู่

ยังจะหลับให้ได้)


- น้อง ชายหรือน้องสาวของคุณคิดว่าตัวเองเป็นลูกคนเดียว 5555 (จริง!!!! ได้

กลับบ้านน้อยมาก อยู่แต่สตู กับหอ ยิ่งปีสูงๆ นี่ สตูคือที่อยู่หลักเลย)



- ฟังซีดีทั้งหมดในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง

- ไม่ค่อยมีคนเห็นคุณในที่สาธารณะ (โดนเพื่อน ด่าประจำ = แกยังมีชีวิตอยู่

อีกเหรอ -*-)


- ทำกุญแจบ้านหายแต่ไม่รู้ตัวเป็นอาทิตย์


- อาบน้ำ แปรงฟันในห้องน้ำข้างๆสตูดิโอ


- คุณพบประโยชน์ของการมีผมสั้นหรือผมเกรียน แล้วก็เริ่มจะชอบหัวล้านๆ



- ใช้ฟิลม์หมดม้วนถ่ายทางเดินอย่างเดียว


- รู้ว่าเครื่องขายของอัตโนมัติเติมของกี่โมง

- พกยาระงับกลิ่นตัวอยู่ตลอด

- ตอนทำโมเดลจะรีไซเคิลของเก่งมาก (ถูกกกกกกกกก)

- เวลาคุยกับคนอื่นเหมือนกับว่าจะพยายามร้องอะไรงึมๆงำ ๆ (อันนี้ก็

แอบเป็นเหมือนกัน บางครั้งก็คุยกับคณะอื่นไม่รู้เรื่อง-*-)


- ลุกขึ้นมาเต้นอย่างเมามันตอนตีสาม ทั้งๆที่ไม่ได้กินเหล้าซักหยด (เริ่ม รั่ว

สติแตก งานเดือดดดดดด ไม่ทันแล้วววว)

- เขียนโน้ตด้วยปากกาเขียนแบบหรือโยเคน

- คุณรวมอาหารสามมื้อเป็นมื้อเดียว (ประหยัดค่าอาหาร แต่โรคกระเพาะ

ถามหาแทน)


- วันหยุดเป็นวันนอนเพิ่ม (การนอนเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง)
- คุณมีรูปถ่ายตึกมากกว่าคน


- เอาแฟนไปเที่ยวที่ไซท์ก่อสร้าง

- สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องติดต่อกับคนอื่น กินอาหาร

หรือโดนแสงอาทิตย์แต่ถ้างานปรินท์ไม่ออกนี่ขอตายดีกว่า (ใช่ !!!)



- ใช้โฟโต้ชอป อิลลัสเตรเตอร์และทำเวบได้อย่างคล่องแคล่ว

แต่ใช้ Excel ไม่เป็น


- เรียกชื่อจริงของสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่อย่างกับว่าเป็นเ พื่อน (แฟรงค์ คอร์บู มิส...)
แฟรงค์=แฟรงค์ ลอยด์ ไรท์
คอร์บู=เลอ คอร์บูซิเอร์
มิส=มิส แวน เดอ โรห์

- ซื้อ Art4D room daybed หรือ บ้านและสวนทุกเดือนแต่ยังไม่ได้อ่านกว่าครึ่ง

- ค่าใช้จ่ายกว่า50%จะหมดไปกับการเรียน+ทำงาน

- ท่านมักจะไม่ค่อยมีเงินกินข้าว แต่สามารถหาเงินมากินเหล้าได้-อ๊ากกกกกก เห็นด้วยที่สุด




- สิ่งที่ทำกันเป็นปกติ จะเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับคนนอก


- เวลาคนบอก ดื่มน้ำสิงห์ คุณนึกถึงเหล้ามากกว่าน้ำเปล่า




- ตีสองตีสามเป็นเวลาปกติ แต่บ่ายสองบ่ายสามนี่มีอยู่บนโลกด้วยฤา?

(นอนเร็ว คือ ประมาณ เที่ยงคืน นอนดึก คือ ตี 4-5 หรือ เช้า เลย )


- เปลี่ยนแนวไปฟังลูกทุ่งมากขึ้น หลังจากฟังซีดีทั้งหมดแล้วตอนเที่ยงคืน


- แบรนด์เนมของพี่สาวคือ แอร์เมส พราด้า ดีเคเอ็นวาย แบรนด์เนมของคุณคือ

โคปิก มาสเท็ก สเต็ดเล่อร์


- คนอื่นพูดว่า "โล่งจัง" คุณพูดว่า "สเปซเยอะจัง"


- คณะอื่นเรียน 2-3วิชา ในครึ่งวัน แต่คุณเรียน2วิชาจนถึงเย็น

(บางวันก็วิชาเดียวตั้งแต่ เช้า ถึงค่ำ)


- การไม่อาบน้ำ2-3วัน เป็นเรื่องปกติ

- ยิ่งขึ้นปีสูงยิ่งเริ่มปัญญาอ่อน (เหอๆ ถูกต้อง)



- เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณจะสรรหาเพลงเก่ามาฟังมากกว่าการห าเพลงใหม่ฟัง



- วิทยุเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

- น้ำประปาดื่มได้


- อาหารเหลือกินได้


- เสื้อเหม็น รองเท้าเหม็น กางเกงเหม็น ใส่ได้

- เชื้อราในร่มผ้า เหมือนเครื่องแสดงความเป็นคนจริง




- วิชาที่ต้องอ่านหนังสือ ที่มีตัวหนังสือเกินครึ่งหน้า จะถูกพิจารณาในการอ่าน

หลังสุด ทั้งๆที่อ่านหนังสือนิยาย ได้เป็นเล่มๆ


- 7/11 เพื่อนคู่ใจในยามดึก


- เวลานอนสำคัญกว่าแฟน................โดนทิ้งในเวลาต่อมา


- ไม่กล้ามีแฟน เพราะไม่มีใครพอจะรับได้ 555

ความจริงในวิศวะลาดกระบัง


เค้าเล่ามาอีกทีอ่ะ อยากรู้ต้องลองไปดู
( อย่าเชื่อจนกว่าจะได้พิสูจน์ อิอิ)

1. ถ้าอยู่แต่ในคณะนานๆไม่ออกไปไหน ไปเดินสยาม จะเห็นสาวที่สยามสวยกว่าปกติมากๆๆๆๆ เหมือนไปเดินบนสวรรค์แล้วเจอนางฟ้า

2. เหตุผลหนึ่งที่หนุ่มวิศวะกินเหล้าเพื่อให้สาวในคณะดูสวยขึ้น-อืมม สาวๆก็คงคิดแบบเดียวกัน

3. สาวปี1พอขึ้นปี2ความน่ารักจะลดลงครึ่งนึง(หรือมากกว่านั้น)-แต่หนุ่มๆความน่ารักหายไปไหนหมดไม่รู้ ไม่น่าเชื่อ!!!!!!

4. โรงอาหารวิทยารสชาติห่วย แต่ก็ยังชอบไป

5. ตอนลอยกระทงไปลอยที่จุฬากันเยอะมาก(พอเข้าใจ)-จริงแฮะ

6. กระทิงแดง ตอนเมากินกับเหล้า ตอนใกล้สอบ กินเพียวๆ11 freashyสาวคณะนี้ เป็นโอกาสที่ ญ จะหาแฟนได้ดีที่สุดในชีวิต

7. ปลาในบ่อข้างโต๊ะห้องจะเจริญเติบโตดีมาก เพราะได้กินแต่ของดี ๆ

8. ตึกกิจ เป็นตึกที่สกปรก สลัม โสโครกที่สุด แต่เป็นที่ๆอบอุ่นที่สุด

9. เพราะความอบอุ่นนี้บางคนจึงใช้ตึกกิจแทนหอพัก

10. ชุมนุมคอมพิวเตอร์ มีคอมพอๆกับฃุมนุมอื่นแหละ

11. ถ้าไม่หาแฟนนอกคณะ หนุ่มหล่อๆบางคนอาจไม่มีโอกาสมีแฟนเลย

12. ตัวคณะติดกับถาปัด แต่ไม่ค่อยได้เจอกันเลย

13. อ.เขี้ยวสุดๆ

14. ร้อนดั่งทะเลทราย แค่เดินไปกินข้าวก็จาตายแล้ว

15. ดอกไม้ประจำคณะวิศวะ คือ ดอกชงโค ซึ่งเป็นดอกเดียวกับดอกไม้ประจำคณะอักษรจุฬา น่าจะอยู่คู่กันจริงๆ

16. ชาวเกย์ส่วนใหญ่พวกวิศวะทั้งนั้น :0

17. มีรับน้องหลายงานดี ทั้งคณะ ห้อง ภาค ชุมนุม สนุกมาก แต่ก็ทำให้รุ่นพี่ต้องเปลืองหน่อย

18. ชุมนุมส่วนใหญ่เหมือนกันคือ มีคอม 3-4เครื่อง มีคนนอนเฝ้า มีการ์ตูน แล้วก็มีเหล้าในวันเทศกาล

19. ช่วงปิดเทอม ปีใหม่ หรือหยุดยาวอะไรก็ตาม ที่นี่จะเงียบเหมือนป่าช้า

20. ลาดกระบังมีอินเตอร์ด้วย แต่อยู่ตรงไหนไม่ทราบไม่เคยเห็น

21. ตึกเอนอกจากสิ่งที่มองไม่เห็นคอยเฝ้าและรปภ.แล้ว ก็จะมี มนุษย์อ้วนแว่น เป็นคล้ายๆผีเฝ้าห้องคอมด้วย และชอบขอเบอร์และบางทีแอบดูเด็กวิดวะ

22. หากมาคณะวิดวะ หากไม่ได้ชิม แฮมเบอร์เกอร์ปลิดวิญญาณร้านป้าเอม ก็แสดงว่ายังมาไม่ถึง

23. บ่อโปรจะติดกับโต๊ะห้องสอง ซึ่งหากใครตกลงไป ก็จะมีความเชื่อกันว่าเทอมนั้นจะ . . .

24. ร้านอาหารอิสลามเป็นร้านอาหารที่ขายดีที่สุดในโรงอาหารตึกเอ ควบคู่กับร้านข้าวมันไก่ในโรงอาหารแอร์ ขายดีมากๆ

25. รับรุ่น 42 เป็นรุ่นที่เจออาถรรพ์มากที่สุด เนื่องจากเป็นปีแรกที่รับภาคพิเศษ (แต่ก็จบลงด้วยดีและเป็นเพื่อนกันหมด)

26. รุ่น 1 วิศวะ ตอนนี้(หายากมาก)อยู่ที่ภาคโทร 1 คน(ท่านอื่นหายากมาก) เรียกกันว่า อ.ป๋า ท่านจะใส่เสื้อหม้อฮ่อมลองไปแอบดูได้

27. ลาดกระบังเป็นที่แรกของประเทศไทยที่เปิดหลักสูตรสอนวิศวกรรมไฟฟ้าระดับเปริญญาเอก

28. ชั้น 5 ตึกเอ จะมีศาลภูมิตั่งอยู่ในห้องน้ำหญิง

29. ลาดกระบังเป็นที่แรกที่ดูถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในอดีตกาลเนื่องจากเสาโทร

30. ทะเบียนคณะวิศวะลาดกระบัง ถือว่าห่วยที่สุดในโลก ด่าเก่งที่สุดในโลก

31. เกรดคณะวิศวะลาดกระบัง ออกช้าที่สุดในโลก

32. ชุดนอนของพนักงานเฝ้าตึกของคณะวิศวะลาดกระบังคือชุด รปภ. พอใส่ปุ๊บจะหลับในทันที นักศึกษาสามารถเดินไปหยิบหมวกของรปภ.ได้ในขณะทำงาน

33. หากจะนัดเดทกับเด็กวิศวะ ตอน 11 โมง ต้องนัดตั่งแต่ 6 โมงเช้า

34. ช็อปของวิศวะ ทนทานมาก สามารถใส่ได้โดยไม่ซัก บางคนทำสถิติไม่ซักถึง 2ปี ยังมี (ดำรงค์ความขลังและความเหม็นไว้อย่างลงตัว)

35. ข้าว ของร้านอาหารแถวซอยเกกีทั้งแถบจะใช้กรวดแทนข้าว แข็งมากมาย

36. คณะทูตที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวิศวะ-ถาปัด คือ ตัวเงินตัวทอง มันจะเดินข้ามไปมาอย่างองอาจและไม่กลัวรถ โดยจะเห็นบ่อยในบริเวณคณะวิศวะและถาปัด ซึ่งไม่ต้องสงสัย เพราะมันกำลังทำการเจรจาทางการทูต

37. ตึกเอ เป็นตึกแรกของที่นี่ ซึ่งมีตำนานเรื่องสยองขวัญมากมายรวมถึงตำนานรักหนุ่มวิศวะ-สาวถาปัด

38. หากใครอยากเช็คเรตติ้งแฟนให้พามาที่โต๊ะห้องในตอนกลางวัน แล้วสังเกตลูกตาของว่าที่วิศวกรทั้งหลาย

39. พระบรมสารีฯพระจอมเกล้าฯของลาดกระบังจะทรงยืนแต่อีกสองที่ทั้งพระนครเหนือและบางมด จะทรงนั่ง

40. ถ้าขึ้นชื่อว่าเสียงดังเมาไม่รู้เรืองแหกปากร้องคาราโอเกะที่หอนี่ยกให้วิดวะเป็นอันดับหนึ่งเลย

41. คณะวิศวะ เป็นคณะที่มีหนุ่มหล่อเยอะที่สุดและก็เกย์เยอะที่สุด(น่ากลัวมากเพราะดูไม่ออก)

42. หากคุณต้องการชมสนามบินสุวรรณภูมิจากมุมสูง เราขอแนะนำให้คุณขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าตึก 12 ชั้น คณะวิศวะ ซึ่งจากที่นี่คุณจะเห็นทั้งรันเวย์จากมุมสูงและเครื่องบินระยะประชิดทุก ๆ 2 - 3 นาที

43. ช่วงสอบ midterm กะ final จะไปนั่งอ่านหนังสือที่ตึก 12 หรือไม่ก้อโรงอาหารหน้าตึก 12 แต่ส่วนใหญ่จะเมาท์กะกินแล้วก้อดูหนุ่มๆ มากกว่า คิคิ

44. ที่คณะวิศวะมีร้านขายหมูปิ้งที่อร่อยที่สุดในโลก โดยร้านจะเป็นซุ้มเล็ก ๆ ตั้งอยู่หน้าทางเข้าภาคเครื่องซึ่งส่วนใหญ่เด็กภาคเครื่องก้อจะฝากท้องไว้ ที่ร้านนี้ แต่ต้องระวังให้ดี...เพราะความอร่อยนี้เองที่ทำให้คนที่กินเข้าไปก่อนไป เรียนไปหลับฝัน D อยู่ในห้องเรียนเป็นประจำ

45. มีรถไฟจอดส่งถึงหน้าคณะ และเป็นที่เดียวในประเทศไทย (ของเค้าดีจิง)

* ห้อง สโมสรนักศึกษา (ซึ่งถูกเรียกว่า สโมฯ) เป็นสถานที่ที่จะมีเด็กปี 1 ใช้บริการมากที่สุด เพราะตอนทำกิจกรรมเชียร์ต้องมาลาป่วยที่นี่
* อ้อเกือบลืม ซื้อเข็มกลัดปกเสื้อกะเข็มขัดที่นี่ก็ได้
* สโมฯ มีแมวลายเสือที่โคตรซุปเปอร์น่ารักมากๆ อยู่สี่ตัว ปัจจุบันโตหมดแล้ว และกำลังขยายเผ่าพันธ์ความน่ารักไปเรื่อยๆ จนกว่าจะกลืนกินคณะวิศวะจนหมด
* ตึกกิจกรรมนักศึกษา (ถูกเรียกว่า ตึกกิจฯ) ก็มีแมว แต่ไม่น่ารักเท่า
* ตึกกิจกรรมนักศึกษา มักถูกใช้เกี่ยวกับกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษาซักเท่าไหร่
* ห้องน้ำตึกกิจฯ มีที่อาบน้ำ สบู่ ยาสีฟัน และแปรงที่ใช้กันยกตึกกิจอยู่ด้วย
* ไม่สามารถใช้ห้องน้ำตึกกิจทำธุระหนักได้ เพราะจะเกิดปฎิกิริยาย้อนกลับ และ... ขอไม่พูดดีกว่า
* โรงอาหารวิศวะจะไม่เปิดขายเมื่อเราอยากกินมัน
* เป็นสถาบันเดียวที่สามารถใส่ยีนส์เข้าไปสอบได้ (โดยส่วนใหญ่น่ะนะ)
* ตึก ECC เป็นที่รู้จักกันว่าคือตึกภาค POWER แต่จริงๆแล้ว มี 3 ภาคอยู่ในตึกนี้นะ
* ห้องโปรเจคภาคคอม มักใช้เล่นเกม เพราะเนทแรงชิบ (แต่เปิด BIT ไม่ได้ โดนแบน)
* ตกดึก เนทที่ศูนย์คอมพิวเตอร์สามารถแรงได้ถึง 100 Mb/s (ฟังไม่ผิดหรอก จริงๆ นะ)
* หอทิพย์วารี เป็นหอที่ต่อให้หมาเห่าเสาไฟฟ้า ไฟก็ดับได้
* ถ้าเราเอาระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ (EMP) ไปยิงใส่ตึกศูนย์คอมฯ เค้าบอกว่าเซิร์ฟเวอร์เค้ายังปลอดภัยล่ะ !!
* วิศวะมีสาวสวย จริงครับ... แต่มักถูกจับจองจนหมดเกลี้ยงภายใน 3 วันแรกของการเปิดเทอมแล้วล่ะ
* ตอนเราจะส่งโปรเจค อาจารย์ภาคคอมวิศวะจะอยู่ต่างประเทศเสมอ
* รับน้องวิดวะหลัง last cheer เป็นวันที่แสงโสมขายดีสุดในแถบนั้น(แต่ตอนนี้ถูกห้ามกินในคณะแล้ว)
* เดินลุยเวลาน้ำท่วมจะมีปลามาว่ายอยู่ข้างๆเท่าบนถนน
* ตึก 12 เข้าได้ 3 ทาง แต่มียามเฝ้าแค่ทางเดียว
* คำขวัญโรงอาหารวิดวะ "ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด เก็บจาน" (อยู่บนโต๊ะที่โรงอาหารวิดวะทุกแห่ง)
* ซอบเกกีงาม 2 เมื่อฝนตกสามารถแปลสภาพเป็นคลองใด้ในพริบตา
* ล่าสุด ตึกเอ เปลี่ยนไปเป็นสีม่วงเหลือง!!!!!
* สาวๆๆหอในคนให้อยากรู้ว่าสวย/ไม่สวย ก็ลองเดินผ่านหน้าภาค POWER(วิศวไฟฟ้า)ดิ เด๊ยวก็รู้ ตั้งแถวแซวกันทุกเย็น
* ตึกกิจ คณะวิศวะ ถือเป็นเขตนอกคณะสามารถกินเหล้าได้ แม้คณบดีจะีสั่งห้ามกินเหล้าในคณะ



* โรงอาหารคณะถาปัด มีเมนู "แบบต๊ะ" แห่งเดียวในโลก (อยากรู้ต้องไปลองสั่งเอง)
* ตึกจานบินคณะถาปัด เป็นตึกที่วงการบันเทิงชอบมาใช้มากที่สุด (หนัง มิวสิค โฆษณา....)
* หนังเรื่อง 0-Negative มาถ่ายที่ถาปัดเกือบทั้งเรื่อง

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

การเดินทางโดยรถไฟ

1. เผื่อเวลาไว้ 2 ชม. เหมือนไปขึ้นเครื่องบิน เช่น จะขึ้นรถรอบ 8.00 ที่หัวลำโพง รถอาจจะมา ถึงตามตาราง 9 โมงหรือนอกตารางเช่น 10 โมง 10 โมงครึ่ง ก็ได้ ใครจะไปรู้

2. ลงที่สถานี "พระจอมเกล้า" ไม่ใช่ สถานี "ลาดกระบัง" เคยมีคนลงผิดมาแล้ว ไปต่อไม่ถูกเลย

3. จำไว้ว่าคนขับรถไฟจะยึดคติ "มาตรงเวลา เราไม่ มาสายๆ เราชอบ" นี้อย่างเคร่งครัด
10 ขบวน แหกกฎแค่ 1 ฉะนั้นต้องเข้าใจเวลารถไฟมาเลทไป 1 ชม. 38 นาที

4. ฟิตซ้อมร่างกายอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถวิ่งขึ้นรถไฟ ได้อย่างทันท่วงที เพราะบางที
รอบที่คุณคิดว่าจะเลท กลับมาตรงซะงั้น ทำให้คุณต้องวิ่งจากซอยเกกี มาที่สถานี ข้ามฟาก
ไปซื้อตั๋ว แล้วกลับมาขึ้นรถไฟ ไม่ฟิตจิงอาจสลบคา บันไดรถได้

* หากคุณคิดว่านี่เว่อร์เกินไป ดูของจริงได้ที่สถานีรถไฟ รอบประมาณ 4 โมง แล้วคุณจะเห็นด้วยตาคุณเอง



5. ถ้าคุณเพิ่งมาเรียนที่นี่เป็นปีแรก อย่าเพิ่งนั่งขบวนที่มาจาก อรัญฯ รอบนี้สงวนไว้ให้
กับผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้วอย่างน้อย 1 ปี (ขนาดอยู่ปี 4 บางทียังไม่อยากจะนั่งเลย)

แต่ถ้าอยากพบกับประสบการณ์อันเลวร้ายตั้งแต่วันแรกๆ คุณจะไม่ผิดหวังเพราะคุณจะได้เจอ
- คนกินเหล้าโวยวายเสียงดัง
- กลิ่นเหงื่อ อันตลบอบอวลไปทั้งขบวน
- ไม่มีที่นั่งให้คุณนั่ง จนกว่าจะถึงหัวหมาก
สำหรับผู้โชคดี 12 ท่านแรก ท่านอาจจะได้เจอ
- แมลงสาบวิ่งตามขอบประตูหน้าห้องน้ำ
- มดไต่ตามขอบหน้าต่าง

* หากคุณคิดว่านี่เว่อร์เกินไป ดูของจริงได้ที่สถานีรถไฟ รอบประมาณ 6 โมง แล้วคุณจะเห็นด้วยตาคุณเอง


6. ซื้อตั๋วให้เรียบร้อยก่อนขึ้นรถ ถ้าไม่ได้ซื้อ หรือ วิ่งไปซื้อไม่ทัน (เนื่องจากไม่ฟิตร่างกายตามข้อ 4) ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- แกล้งหลับ ในกรณีที่ได้นั่ง แต่ถ้านั่งไปกับเพื่อน แล้วเพื่อนไม่หลับ ยื่นตั๋วให้เค้าตรวจ แถมบอกว่ารู้จักกัน อันนี้ก็ควรที่จะสรรเสริญเพื่อนด้วย หลังจากจ่ายค่าปรับไปแล้ว
- เข้าห้องน้ำ กะจังหวะว่าได้ยินเสียง แก็บๆ มาเมื่อไหร่ ก็เข้าห้องน้ำไปเลย ฟังเสียงว่าเสียงผ่านไปไกลแล้วค่อย ออกมา วิธีนี้ต้องมั่นใจว่าจมูกจะทนกลิ่นในห้องน้ำได้ และหูคุณต้องดีเหมือนหมา
- เดินผ่านคนตรวจไปเลย บอกว่าตั๋วอยู่กับเพื่อนจะไปเอาอยู่เนี่ย ตามมาปะหละ ร้อยละ 90 นายตรวจจะขี้เกียดเดินตาม

ถ้าทำตามแล้ว ยังไม่รอด ก็ถือว่าชาติที่แล้วทำบุญมาน้อย ชาตินี้เลยต้องมาจ่ายค่าปรับ ทำหน้าตาน่าสงสารเข้าไว้
แล้วบอกว่า 20 ได้มั้ยคร้าบบ (ปกติค่าปรับ 100) ถ้าบุญเก่ายังเหลืออยู่บ้าง นาจตรวจก็อาจจะบอกว่าเอามา 50

7. ไร้สาระมาหลายข้อและ เอามีสาระบ้างละกัน
- จะไปพันทิบ นั่งรถไฟไปลง ป้ายหยุดรถพญาไท แล้วข้ามฟาก นั่งสาย 38 ต่อ
- จะไปสยาม นั่งรถไฟไปลง ป้ายหยุดรถพญาไท แล้วต่อรถไฟฟ้า หรือ รถเมลล์สายอะไรก็ได้ที่ไปสยาม
- จะไป 0 ประชุม นั่งรถไฟไปลง ป้ายหยุดรถ อโศก แล้วนั่งรถใต้ดินต่อไปได้เลย
- จะไป RCA นั่งรถไฟไปลง สถานีคลองตัน แล้วนั่งรถเมลล์ต่อไปอีก 4 ป้าย
(แต่จะไปวิธีนี้จิงเหรอ แต่งตัวมาสวยๆไปถึง เหมือนคุณป้าเข้า route เนี่ยนะ)
- จะไป เยาวราช นั่งรถไฟไปลงหัวลำโพงแล้ว ขึ้นสายอะไรก้ได้ที่ไปเยาวราช เยอะแยะ แต่ขึ้นให้ถูกป้ายหละ
- จะไป ไหนก้ไปเหอะ

8. รักการรถไฟไทยที่สุดเลย รักนะจุ๊บๆ
ของกิน

* ส้มตำคุณนาย
* สง่า หมูกระทะ
* ซื่อฉาย ราดหน้า
* หมูปิ้ง ปากซอยจินดา
* ก๋วยเตี๋ยวป้าหน่อย
* egg noodle nayhui...soi thipwaree
* ก๊วย เตี๋ยวปลา/ต้มยำ/ลวกจิ้ม ที่อร่อยที่สุดในโลก ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาโรเบิร์ท หน้าปากทางเข้าหมู่บ้านรุ่งกิจวิลล่า 7 (ทางไปร่มเกล้า) ไม่เชื่อลองดูดิ..

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2552

ฤดูร้อน


บ่อยครั้งที่ใจเดินออกไปไม่มองข้างทาง หยดน้ำตาอยู่กับการไม่มีค่า

ฉันเดินหลงทางอยู่กลางผู้คน ที่สับสนวุ่นวาย
หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใด เมื่อเธอมาจากฉันไป

ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ
ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ

หยุดทั้งหัวใจ เดินต่อไปไม่มีแสงดาว โอบกอดน้ำตาโอบกอดหัวใจกับความเศร้า

ฉันเดินหลงทางอยู่กลางผู้คน ที่สับสนวุ่นวาย
หันไปหาเธอไม่เจอผู้ใด เมื่อเธอมาจากฉันไป

ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ
ยืนมองท้องฟ้าไม่เป็นเช่นเคย ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ

ยืนมองท้องฟ้า ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ
ยืนมองท้องฟ้า ฤดูร้อนไม่มีเธอเหมือนก่อนเหมือนเก่าขาดเธอ

บ่อยครั้งที่ใจเปิดออกไปให้ลืมเรื่องราว ฉากเก่าย้อนมาเปิดออกไปไม่เป็นเช่นเดิม
( Paradox)

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2552

คนดีเธอรู้ไหมว่าไม่มีใคร แทนที่เธอ


อาจจะมีเพียงฉัน และวันแห่งความรักเรา
เหงา...มันอาจจะเหงา เมื่อเธอห่างไกลสายตา

กับบางครั้ง...ที่เหนื่อย และหัวใจมันอ่อนล้า
ฉันจะนอนหลับตา .......คิดถึงเธอ

คนดี....เธอรู้ไหม? ว่าไม่มีใครแทนที่เธอ
แม้ไม่ได้เจอ เธอยังอยู่...ในใจ

ยามใด...ที่ร้อนรน และต้องการใครสักคนเคียงใกล้
อย่างน้อย...ฉันก็มั่นใจ ......ว่ามีเธอ

ฝากกับดาวบนฟ้า หอบความคิดถึงนี้ไป
ให้เธอเก็บมันไว้ ถึงวันที่เราพบเจอ

หมื่นพันเหงา...ไม่หวั่น หัวใจมั่นเสมอ
แทนสัญญาถึงเธอ "คนไกล"คนนี้
......ยังคอย
( แกงส้ม EGMU04)

คลิปเพลง คนดี on Youtube